UNESCO ชี้ แหล่งมรดกโลกกว่า 200 แห่ง เสี่ยงภัยภูมิอากาศ

UNESCO เตือนแหล่งมรดกโลกกว่า 200 แห่งเสี่ยงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมมาตรการเตรียมรับมือและเรียกร้องความร่วมมือระหว่างประเทศ

cover-3

ปารีส — องค์การยูเนสโก (UNESCO) เปิดเผยรายงานฉบับใหม่เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ระบุว่าแหล่งมรดกโลกมากกว่า 200 แห่งทั่วโลกกำลังเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยองค์การได้เรียกประชุมฉุกเฉินที่สำนักงานใหญ่ในกรุงปารีสเพื่อนำเสนอมาตรการรับมือและแผนการอนุรักษ์ร่วมกับรัฐภาคีและผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ

รายงานฉบับดังกล่าวซึ่งเปิดเผยต่อสื่อมวลชนโดยนาง Audrey Azoulay ผู้อำนวยการทั่วไปของ UNESCO ระบุว่าแหล่งมรดกโลกที่เสี่ยงได้แก่แหล่งที่ตั้งในพื้นที่ชายฝั่งที่เสี่ยงต่อการกัดเซาะและระดับน้ำทะเลสูง พื้นที่ขั้วโลกที่ละลายของน้ำแข็งทำให้โครงสร้างทางกายภาพเปลี่ยนแปลง รวมถึงแหล่งโบราณคดีในภูมิภาคกึ่งแห้งแล้งที่เผชิญภัยแล้งและน้ำท่วมฉับพลัน

หนึ่งในกรณีที่ถูกยกขึ้นมาพิจารณาคือเมืองหินเพตรา (Petra) ในราชอาณาจักรจอร์แดน ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO เมื่อปี 1985 รายงานระบุว่าเพตราเผชิญความเสี่ยงจากน้ำท่วมฉับพลันและการกัดเซาะของหินผลจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบปริมาณน้ำฝน โดย UNESCO เสนอโครงการความร่วมมือด้านการเฝ้าระวังและระบบระบายน้ำฉุกเฉินร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นของจอร์แดนเพื่อปกป้องโบราณสถาน

มาตรการที่ UNESCO นำเสนอรวมถึงการเพิ่มทุนฉุกเฉินสำหรับการซ่อมแซมเชิงอนุรักษ์ การพัฒนาแผนการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ (adaptation plans) สำหรับแต่ละแหล่ง และการให้คำแนะนำด้านเทคนิคผ่านเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้รัฐภาคีสามารถดำเนินการเชิงรุกก่อนเกิดความเสียหายถาวร

นาง Azoulay กล่าวในการแถลงข่าวว่า “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงขู่วัฒนธรรมและมรดกทางกายภาพ แต่ยังส่งผลต่อชุมชนท้องถิ่นที่พึ่งพามรดกเหล่านี้ในเชิงเศรษฐกิจและสังคม เราต้องเร่งมือร่วมกันทั้งในระดับท้องถิ่นและระหว่างประเทศ”

ทาง UNESCO แจ้งว่ารายชื่อแหล่งมรดกที่เสี่ยงจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการติดตามและประเมินสถานภาพ (Reactive Monitoring) ของคณะกรรมการมรดกโลก โดยจะให้ความสำคัญกับการจัดลำดับความเสี่ยงและการสนับสนุนด้านทรัพยากรตามความจำเป็น ขณะเดียวกันองค์การจะปรับปรุงแนวทางปฏิบัติ (Operational Guidelines) เพื่อรวมมาตรการด้านภูมิอากาศให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

บทบาทของรัฐภาคีในการขึ้นทะเบียนและการอนุรักษ์: กระบวนการขึ้นทะเบียนมรดกโลกโดย UNESCO เริ่มจากการที่รัฐภาคีจัดทำบัญชีเบื้องต้น (Tentative List) และยื่นแบบเสนอชื่อ (Nomination Dossier) ต่อคณะกรรมการมรดกโลก จากนั้นหน่วยงานที่ปรึกษาเช่น ICOMOS และ IUCN จะประเมินคุณค่าและสภาพการอนุรักษ์ ก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกจะลงมติรับรองการขึ้นทะเบียนหรือกำหนดมาตรการติดตาม

สำหรับกรณีของเพตรา ตัวแทนจากจอร์แดนได้ร่วมงานกับ UNESCO HQ ในนครปารีสเพื่อแลกเปลี่ยนแผนการอนุรักษ์และขอความช่วยเหลือเชิงเทคนิคแล้ว ทั้งนี้ UNESCO ระบุว่าจะเสนอความช่วยเหลือในด้านการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น การติดตั้งระบบเฝ้าระวังสภาพอากาศท้องถิ่น และการจัดทำแบบจำลองความเสี่ยงเพื่อเตรียมแผนรับมือในระยะยาว

คณะกรรมการมรดกโลกมีกำหนดประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานและพิจารณาข้อเสนอด้านงบประมาณในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า โดย UNESCO เชิญชวนรัฐภาคีและภาคีเครือข่ายเพื่อร่วมวางแผนที่ยั่งยืนต่อไป

คำถามยอดนิยม: UNESCO คือองค์การระหว่างประเทศที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมระหว่างประเทศ หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการจัดทำบัญชีมรดกโลก (World Heritage) และกำหนดแนวทางปกป้องทรัพยากรทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่มีคุณค่าระดับโลก