วาดิรัม: ทะเลทรายกำลังเดือด มีอะไรซ่อนอยู่? อัปเดตล่าสุด!

เกาะติดสถานการณ์ทะเลทรายวาดิรัม มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? อัปเดตกิจกรรมล่าสุด แสงสีเสียง และเรื่องน่ารู้ที่คุณไม่ควรพลาด.

cover-3

ทะเลทรายวาดิรัมยังคงเป็นจุดสนใจที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก และล่าสุดมีรายงานจากนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า ได้ค้นพบร่องรอยประหลาดคล้ายโครงสร้างโบราณขนาดใหญ่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขาที่ไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน สมาชิกในกลุ่มได้บันทึกภาพถ่ายและวิดีโอของสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นซากปรักหักพังที่ก่อตัวขึ้นจากหินทราย โดยมีลวดลายแกะสลักคล้ายอักษรโบราณบางอย่าง ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นานาถึงที่มาของมัน และเริ่มมีผู้เชี่ยวชาญบางรายแสดงความสนใจที่จะเข้าสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเพื่อไขปริศนา

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนายแพทย์ฮัสซัน อัล-ซาอิด นักบรรพชีวินวิทยาชื่อดังจากมหาวิทยาลัยอัมมาน ที่กำลังนำคณะวิจัยเข้าสำรวจพื้นที่เพื่อศึกษาเกี่ยวกับระบบนิเวศวิทยาของพืชทะเลทราย ได้รับแจ้งจากไกด์ท้องถิ่นถึงการค้นพบที่น่าตกใจนี้ เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุอายุหรือวัตถุประสงค์ของโครงสร้างได้ แต่ลักษณะทางกายภาพที่ตั้งอยู่กลางทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ชวนให้คิดถึงเรื่องราวที่ถูกเล่าขานกันมานานเกี่ยวกับอารยธรรมที่สาบสูญในภูมิภาคนี้ การค้นพบนี้อาจจุดประกายให้เกิดการศึกษาทางโบราณคดีครั้งใหญ่ในวาดิรัมก็เป็นได้

“มันเป็นปรากฏการณ์ที่ชวนขนลุก” ซาอิดกล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษกับ Jodan News Network เมื่อวานนี้ “เรากำลังพูดถึงสิ่งที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจของเราเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ไปตลอดกาล โครงสร้างนี้ไม่ได้ดูเหมือนสิ่งก่อสร้างตามธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย มันมีบางอย่างที่ดู ‘ตั้งใจ’ อยู่ในลวดลายเหล่านั้น” ทีมของเขากำลังประสานงานกับกรมโบราณคดีของจอร์แดนเพื่อขออนุญาตเข้าสำรวจพื้นที่อย่างละเอียด ซึ่งคาดว่าจะมีการออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ประเด็นนี้สร้างความตื่นเต้นอย่างมากในหมู่นักผจญภัยและนักวิชาการทั่วโลก เพราะวาดิรัมนั้นขึ้นชื่อว่าเป็น “หุบเขาแห่งดวงจันทร์” หรือ “ทะเลทรายดาวอังคาร” ด้วยภูมิประเทศที่แปลกตาคล้ายดาวเคราะห์ดวงอื่น จนเป็นฉากหลังให้ภาพยนตร์ไซไฟชื่อดังหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Martian หรือ Dune การค้นพบนี้จึงยิ่งตอกย้ำความลึกลับและเสน่ห์ของวาดิรัมให้เพิ่มมากขึ้น และอาจนำไปสู่การค้นพบทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญที่อาจเทียบเท่ากับการค้นพบเมืองเพตราก็เป็นได้

สิ่งที่น่าจับตาต่อไปคือการอนุญาตให้คณะสำรวจเข้าพื้นที่และการเริ่มดำเนินการศึกษาอย่างจริงจัง หากสิ่งที่ค้นพบนี้เป็นอารยธรรมโบราณที่สาบสูญจริง ก็จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของจอร์แดนอย่างมหาศาล และเป็นแหล่งข้อมูลอันล้ำค่าสำหรับนักโบราณคดีในการไขกุญแจสำคัญสู่ประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในดินแดนตะวันออกกลาง คาดว่าภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า เราอาจได้รับฟังข่าวคราวความคืบหน้าที่น่าตื่นเต้นกว่านี้อีกก็เป็นได้

ในส่วนของคำถามที่ว่า “เที่ยว Wadi Rum พักที่ไหน?” สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับการค้นพบครั้งสำคัญนี้ ขอแนะนำให้เลือกพักในแคมป์แบบ Bedouin ที่มีอยู่มากมายและหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแคมป์แบบดั้งเดิมที่เน้นความเรียบง่าย หรือแคมป์หรูที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ในทำเลที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทะเลทรายอันงดงาม และมีกิจกรรมทัวร์รถจี๊ปพาไปสำรวจจุดที่น่าสนใจต่างๆ รวมถึงอาจมีโอกาสได้เข้าใกล้พื้นที่ที่มีการค้นพบครั้งนี้ด้วย หากได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ